ในช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ที่เป็นช่วงพักเบรคให้คิวกับทีมชาติได้ทำการเตะอุ่นเครื่องกันทั่วโลกในวงการฟุตบอล ได้มีการเริ่มต้นยุคใหม่กับหลายๆ ชาติด้วยกัน และหนึ่งในนั้นก็คือทีมชาติสเปน ทีมแชมป์โลกปี 2010 ที่มีการเปลี่ยนกุนซือใหม่มาเป็นหลุยส์ เอ็นริเก้ อดีตกุนซือที่เคยพาบาร์เซโลน่าประสบความสำเร็จมาแล้ว โดยอดีตนักเตะของบาร์เซโลน่า และเรอัล มาดริดรายนี้ได้เข้ามารับงานต่อจากเฟร์นานโด เอียร์โร่ ที่เข้ามาคุมทีมชั่วคราวในศึกฟุตบอลโลก หลังจากที่จูเลน โลเปเตกีโดนปลดออกไป ซึ่งเอ็นริเก้ก็สร้างเซอร์ไพรซ์ตั้งแต่การเรียกตัวติดทีมชาติครั้งนี้แล้ว ที่ไม่มียอร์ดี้ อัลบา แบ็คซ้ายตัวเก่งของบาร์เซโลน่าติดทีมในชุดนี้ด้วย ซึ่งภายหลังได้มีรายงานข่าวว่าความสัมพันธ์ของกุนซือวัย 48 ปีกับแบ็คซ้ายที่ถูกยกย่องว่าเก่งที่สุดในโลกนั้นไม่ค่อยดีนัก ตั้งแต่ที่เอ็นริเก้คุมทีมบาร์เซโลน่าอยู่เมื่อ 2 ปีก่อนแล้ว

ทีมชาติสเปนมีคิวเตะ 2 นัดในช่วงต้นเดือนกันยายน โดยเป็นศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีกทั้ง 2 นัด โดยในเกมที่บุกไปเยือนทีมชาติอังกฤษที่เวมบลีย์ก็ได้เลือกใช้มาร์กอส อลอนโซ่ ที่คุ้นเคยกับฟุตบอลอังกฤษเป็นอย่างดีลงสนามเป็นตัวจริง ซึ่งในนัดนั้นพวกเขาสามารถบุกเอาชนะทีมอันดับ 4 ของฟุตบอลโลกทัวร์นาเม้นต์ล่าสุดได้ 2-1 ซึ่งถึงแม้ว่าจะถูกนำไปก่อนก็ตาม แต่พวกเขาก็มาพลิกเอาชนะได้สำเร็จจากประตูของซาอูล นิเกซ ที่เล่นได้อย่างโดดเด่นมากในยุคของหลุยส์ เอ็นริเก้ และอีกประตูจากโรดริโก้ โมเรโน่ กองหน้าตัวเก่งจากบาเลนเซีย

แต่ฟอร์มที่โหดสุดๆ ของทีมชาติสเปนคือเกมนัดที่ 2 ที่พบกับโครเอเชีย ทีมรองแชมป์โลกเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งก็ได้มีการเปลี่ยนถ่ายเลือดใหม่พอสมควร เนื่องจากมีนักเตะหลายคนประกาศเลิกเล่นให้กับทีมชาติไป ซึ่งสุดท้ายแล้วเป็นทีม “กระทิงดุ” ที่เดินหน้าบุกใส่คู่แข่ง และถล่มยับถึง 6-0 ซึ่งถือว่าเป็นความพ่ายแพ้ที่มากที่สุดของทีมชาติโครเอเชียด้วย ซึ่งจากรอบ 16 ทีมสุดท้ายในศึกฟุตบอลโลกที่ทีมชาติสเปนโดนวิจารณ์ว่าต่อบอลมากเกินไป แต่เจาะคู่แข่งไม่ได้นั้น ในยุคนี้ได้ทำลายภาพเหล่านั้นไปหมดสิ้น เมื่อพวกเขากลายเป็นทีมที่เล่นบอลเร็ว และเปิดบอลเข้าทำอยู่ตลอดเวลา และนำมาซึ่งการยิงทีมที่มีเกมรับเหนียวแน่นได้ถึง 6 ประตู ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่มีกองหน้าตัวเป้าเลยก็ตามในเกมนั้น