เนชั่นส์ ลีก บี นั้นถือว่ามีทีมชาติในยุโรปที่เป็นระดับกลางอยู่เต็ม 12 ทีม ซึ่งแต่ละทีมดูจะให้ความสำคัญกับทัวร์นาเม้นต์ป้ายแดงนี้พอสมควร เนื่องจากว่าแต่ละชาตินั้นมองว่าพวกเขาเป็นรองทีมจากลีก เอ และมีความไม่แน่นอน และมีความเสี่ยงมากที่จะไปหวังว่าจะได้แชมป์กลุ่มในรอบคัดเลือกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปในช่วงต้นปีหน้า ซึ่งเต็มที่พวกเขามองว่าอาจจะเป็นได้เพียงแค่อันดับที่ 2 เท่านั้น และอาจจะต้องไปทำการเตะเพลย์ ออฟกันให้วุ่นวายอีก ทำให้ทีมในลีกบีนี้ให้ความสำคัญกับเนชั่นส์ ลีกพอสมควร ทำให้แต่ละเกมในลีกนี้มีความสนุกมากทีเดียว เนื่องจากทุกชาตินั้นเต็มที่ทุกแมตช์ที่ทำการลงสนาม ทั้ง 4 กลุ่มนี้ก็ได้เริ่มทำการแข่งขันไปแล้วในช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยแต่ละกลุ่มมีรายละเอียดดังนี้

กลุ่ม 1 ที่ประกอบไปด้วยทีมชาติยูเครน ทีมชาติสาธารณะรัฐเช็ก และทีมชาติสโลวาเกีย ซึ่งเป็นทางทีมชาติยูเครนของกุนซืออังเดร เชฟเชนโก้ อดีตนักเตะทีมชาติชื่อดังคุมทีมอยู่ในเวลานี้ พาทีมทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการเก็บชัยชนะได้ 2 นัดรวด ด้วยการบุกเอาชนะสาธารณะรัฐเช็กได้ถึงถิ่น 2-1 โดยมาได้ประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ และนัดที่ 2 คือการเปิดรังเอาชนะทีมชาติสโลวาเกียไปได้ 1-0 ทำให้พวกเขาเก็บได้ 6 คะแนนเต็ม ส่วนที่เหลือยังไม่มีคะแนน

กลุ่ม 2 มีทางทีมชาติรัสเซียที่ฟอร์มดีมาจากฟุตบอลโลก ก็นำจ่าฝูงในกลุ่มนี้เมื่อบุกไปเอาชนะทีมชาติตุรกีได้ถึงอิสตันบูล 2-1 ส่วนอันดับ 2 ก็คือทีมชาติตุรกีที่นัดที่ 2 ของพวกเขาสามารถพลิกสถานการณ์บุกไปเอาชนะทีมชาติสวีเดนได้อย่างเหลือเชื่อ 3-2 ทั้งๆ ที่พวกเขาถูกนำไปก่อนถึง 0-2 ด้วย

กลุ่ม 3 มีบอสเนียที่มาแรงได้ 6 คะแนนเต็มใน 2 นัดแรก เมื่อบุกเอาชนะทีมชาติไอร์แลนด์เหนือได้ 2-1 ทั้งๆ ที่พวกเขาโดนเจ้าถิ่นบุกหนักตลอดทั้งเกม แต่ว่าด้วยความคมของพวกเขาที่มีเหนือกว่าทำให้เก็บชัยชนะออกมาได้ และนัดที่ 2 ก็สามารถเปิดบ้านเอาชนะทีมชาติออสเตรียได้อีก 1-0 ทำให้พวกเขามีโอกาสเข้าไปตัดเชือกในช่วงกลางปีหน้าสูง

กลุ่ม 4 ที่เป็นกลุ่มสุดท้ายของลีกนี้ สถานการณ์ยังคงสูสี เมื่อทีมชาติเวลส์ของไรอัน กิ๊กส์ ชนะ 1 แพ้ 1 โดยถล่มทีมชาติไอร์แลนด์ได้ 4-0 แต่นัดต่อมาก็ดันบุกไปพ่ายทีมชาติเดนมาร์ก 0-2 ทำให้ทีมชาติเดนมาร์กครองความได้เปรียบอยู่ในเวลนี้ แต่ว่าสถานการณ์ยังพลิกผันกันได้ในนัดที่เหลือ